Nattasit's profile♀ผมพันธุ์[ดุ]☻pInK MaN♂PhotosBlogListsMore Tools Help

Weather

Loading...

Nattasit Hemla

♀ผมพันธุ์[ดุ]☻pInK MaN♂

There are no photo albums.
4/2/2006

มาดูเด๊กแช๊ป

ข้อมูลจากเพื่อนๆที่หากันมา

แซ๊ปไม่กำจัดเพศและวัย ส่วนมากจะเริ่มต้นที่อายุ 14 up ส่วนมากเป็นวัยรุ่นบ้านไกล (ตจว.)แต่หัวใจในเมือง (ส่วนมากมานจะอายุไม่เกิน 20)

ทรงผมมาตรฐานแซ๊ป ก็ทรงโปเตโต้ ไม่มีไม่เคยเห็นแซ็ปจะถักเดฟร็อค จะทำทรงAfo

ถ้าเป็นหญิง มานมีทรงผมที่เป็นเอกลักษณ์ (ทรง พลอย เฌอมาลย์ แบบว่า ซอยสูงๆสั้นๆอ่ะ) แล้วก็หน้าตาจะคล้ายๆกานหมดประมานว่าลูกครึ่ง (ครึ่งผีครึ่งคน) หุหุ

ยูนิฟอร์มของแซ๊ปที่ไหนๆ ก็คล้ายๆกัน เสื้อตัวเล็กๆ ไม่ก็เชิ้ตเสี่ยวๆ กางเกงต้องขาเดฟ รึไม่ก็ลายทหาร ถุงเท้าขาวดึงขึ้นสูง รองเท้าสุดโปรด ต้อง รองเท้าฟงหวิ๋น ,คอนเวิสall star(ดาวอยู่ข้างนอก ของปลอม) รึไม่ก็ แจ็คพาเซล...

ไม่ว่ากลางวันกลางคืน รึว่าร้อนรึหนาว แซ๊ปจะใส่เสื้อไฟล์ สีฮิตก็ต้องสีดำข้างในส้ม รึไม่ก็เสื้อทหารลายพลาง...(สงสัยมันจะบ้าเครื่องแบบ)

ชุดรำรอง ก็เสื้อยืดตัวเล็กๆ ที่ขาดไม่ได้ก็ต้อง กางเกงไฟล์ฮอร์ท(กางเกงฟุตบอล) รองเท้าก็ต้อง เท้าคีบ รึไม่ก็รองเท้าตาปู

ผู้หญิงของแซ๊ปเราเรียกว่า "เลดี๊แซ๊ป" หรือเรียกอีกอย่างว่า Sakoye(สก๊อย)

การแต่งการของ เลดี้แซ๊ป ขาสั้น..JJ 3 ตัวร้อย ลายดอก สีชมพู เสื้อ สีขาวตัวเล็ก หรือไม่ก็เสื้อยี่ห้อที่มีรูปแตงโม รองท้าหูคีบ ชุดนี้ประจำ (ถือว่าเป็นยูนิฟอร์มมาตรฐานเลยอ่ะ) ผมสั้นๆ และที่สำคัญจะทาแป้ง ทาลิปแดงๆ

แซ๊ปเป็นพวกที่ชอบอยู่รวมเป็นกลุ่มเป็นคณะ ถ้าอยุ่คนเดียวจะ เจี๋ยมเจี้ยม โครตป๊อดเลย.. แต่ถ้าอยู่เกิน 5 คนละเมิง ก็โครตเจ๋งเลย พวกกูใหญ่ มองหน้าไม่เคยตายหรอ ....(กุเห็นมึงเป็นฝูงกุก็ไม่กล้ามองแล้ว) (แต่ถ้ากุรวมแก๊งมึงจะหงอย)

แซ๊ปจะไม่รุ้จัก KORN , P.O.D. , INCUBUS , MARILYN MANSON , 50Sen , JA RULE , D12 , และค่ายเบเกอร์รี่ (เบเกอร์รี่เหรอ อ๋อร้านขนมปังเปิดใหม่เหรอแถวไหนอ่ะ) และส่วนใหญ่แซ๊ปจะชอบฟังเพลงของRS (ฮ่วยแตกอ่ะ)

ถ้าถามแซ๊ปว่า HIP HOP คืออะไร เค้าจะตอบว่าดาจิม (ถ้าเป็นเด็กHIPจะรู้มุขนี้อย่างแรง)

ถ้าถามว่า ลิงกินผัก (LINKIN PARK)คืออะไรจะตอบได้คำเดียวว่า IN THE END

นักร้องในดวงใจแซ๊ป ถ้าเพลง ENG ก็ต้อง ลิงกินผัก ร้องได้เพลงเดียว คือ IN THE END(แล้วก็ร้องได้ท่อนเดียวด้วยอ่ะ สงสัยไสยศาตร์มีจริง)

ถ้านักร้องไทยก็ต้องนี่เลย แบงค์ วงแครช กะ พี่แอ็ด คาราบวยแดง

INTERNET หรอ แซ๊ปบอกไม่รุ้จัก มันคืออะไร..?????

เกมส์ออนไลน์ พวก Ragnarok , MU online , เฟรี่แลน , แซ๊ปไม่เล่น เพราะอะไรย้อนกลับไปดูข้อ 12. ???

แซ๊ปจะไม่มีการ ลูท แจม แสลม บอท เพราะอะไรย้อนกลับไปดูข้อ 13. ????

เกมส์ที่แซ๊ปนิยมเล่นจะมี 2 เกมส์ คือวินนิ่ง7 กะ สแมตดาร์ว (เน้นดูถ้าไม้ตายหลัก เอาไปใช้กับแก็งค์อื่น แองค์เจิ้ลสแลม ใส่แก๊งค์ตรงอริมั้ง)....

แซ๊ปเป็นกลุ่มใหญ่ เรียกว่า แซ๊ป Crew เป็น Crew ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ที่ไหนก็มี ดังกว่า PMT CREW อีก

แซ๊ปที่พัฒนาอีกนิด จะพยายาม อัพเกรต ตัวเองให้เป็นอารยชน แต่ดูยังไงมันก็เป็นแซ๊ป อยู่ดี สงสัย เพราะคงจะมียีนแซ๊ปเป็นยีนเด่น บดบังยีนอารยชน(สงสัยคงต้องรอวิวัฒนาการสัก 10รุ่น ถึงจะดีตามกฏของเมนเด็ว)

พาหนะของแซ็ป จะเป็นรถแมงกาไซร์ซะส่วนใหญ่ เด่น ๆ ก็ นูโว , มีโอ , เวป แล้วแต่งบจะเอี้ออำนวยแต่ที่เหมือนๆกัน คือ กระจกต้องไม่ใส่(สงสัยจะถอดเก็บขึ้นหึ้งไว้อ่ะ) ท่อก็ต้องท่อ บู้ม ๆ ต้องติดสติ๊กเกอร์เสี่ยวๆ รอบรถ ไม่มีไม่เคยเห็น แซ๊ป จะขับ 3door , วีออส , BMW ซี่รี่3 , RX-7 , ................

ร้านที่แซ๊ปจะนิยมไปนั่ง ก็จะเป็นร้านที่แด๊นท์กาจาย ไม่มีอ่ะ จะร้านเงียบ ๆ ร้านแบบนั่งกิน ร้านกึ่งpup(ไปแล้วร้านไรวะ? ทำไมมันเงียบอ่ะ แดนซ์ก็ม่ายได้)

เวลากินเหล้าจะประมาณแสงโสมขวด สั่งมิกซ์ชุดเดียว กินกัน 10-20 (มันแด๊กกันได้ไงวะ อยู่จนร้านปิดด้วย)

แซ๊ปจะไม่ไปกินร้าน MK , โออิชิ , ฟูจิ , KFC , ซเวนเซ่น , พิซซ่า , ดังนั้นคุณวางใจได้ว่า จะไม่เจอแซ๊ปที่สถานที่เหล่านี้

แซ๊ปจะไม่ถูกกับเด็ก HIP HOP , PUNK , และพวกที่เล่นกีฬา X-GAME

แซ๊ปจะชอบโชร์ออฟ มากๆ โดยเฉพาะกะสาวๆๆ แต่หารู้ไม่ ที่มันทำน่ะ เสี่ยวสุดตีน..

แซ๊ปไม่ชอบภราดรเพราะภราดรหน้าเหมือนปลามังกร(โน๊ต ตูดหมึก)

พวกแซ๊ปจะคิดว่าตัวเองนั้น Iv99 ใส่ของ+10 ทั้งตัว แต่งตัวเท่ห์สัด เดินไปไหนสาวกรี๊ดกร๊าด (กรี๊ดเพราะทนความเสี่ยวไม่ไหว)

จะพบแซ๊ปได้มากตามฟรีคอนเสริท ไรก็ตามที่มันฟรีๆๆๆ อ่ะ อยู่กันเยอะ อยุ่กันเป็นฝูงๆๆ เหมือนวัวเหมือนควาย(เพราะทุนมีน้อย แต่ใจรัก)

แซ๊ป ... ความไม่มีตังค์ ... เป็นสิ่งที่สิงอยู่ในสันดาน

โทษทีนะถ้าหากไปตรงกับใครเข้า แค่อยากให้เพื่อนๆได้อ่านกันอ่ะ

เอามาให้อ่านเล่น ๆ

เวลา 24 ชั่วโมงดูเหมือนน้อยมาก
จนแทบจะไม่พอในการทำภารกิจในชีวิตประจำวัน
โดยเฉพาะถ้าเราต้องใช้เวลาส่วนใหญ่
ในการทำอะไรทุกๆอย่างเพื่อเขา
เราแทบจะไม่เคยคิดเลยว่าวันๆหนึ่ง
ชีวิตอาจจะไม่ต้องทำอะไรเลยนอกจากคิดๆๆๆ
คิดว่าวันนี้จะทำอะไรให้เขาดีใจ  ให้เขาพอใจ
พยายามที่จะคิดหาแต่สิ่งที่จะทำให้เขาถูกใจและมีความสุข
โดยที่ไม่นึกถึงความเหนื่อยยากลำบากของตัวเอง
นั่นแหละในยามที่รัก คนเราสามารถทำได้ขนานนั้น
ก็ไม่ใช่เรื่องผิดหรือไม่ดีอะไรหรอก
ถ้าหากทำแล้ว  ผลที่ได้มันดีจริง  ดูคุ้มค่า
ถ้าทำแล้วเขาซึ้งใจ เขาเห็นคุณค่าและรักเรามากยิ่งขึ้น
นั่นก็คงเป็นสิ่งตอบแทนที่ได้คืนมาอย่างสมเหตุสมผล
และแลกกับความสุขใจและเราก็คงคุ้มกันอยู่
แต่ถ้าสิ่งที่เราทำไปขนาดนั้น
กลายเป็นอะไรที่ธรรมดาสำหรับเขา คือเราทำให้ก็ดี
เราไม่ทำเขาก็ไม่เคยเรียกร้อง
เขาไม่เคยเห็นว่ามันเป็นสิ่งจำเป็น
เราอยากทำก็ทำ ไม่อยากทำก็ไม่เคยมีความหมายกับเขา
และสุดท้ายก็ไม่มีผลกับคตวามรักของเขา
เขาก็ยังคงเป็นคนเดิม  ความรักยังเท่าเดิม
ที่เคยมีทีท่าว่าจะลดลงไปเท่าเดิม
แล้วอย่างนี้จะมีประโยชน์อะไร
ต่อให้เพิ่มเวลาเป็นวันละกี่ชั่วโมง
เราก็ยิ่งเหนื่อยเปล่าและทำเพื่อเขาไม่เคยพอ
นั่นไงล่ะที่เขาว่าเวลารัก คนเราก็รักได้อย่างไม่ลืมหูลืมตา
ทุ่มเททุกอย่างให้คนที่เรารักได้
ตั้งแต่ตื่นนอนตอนเช้าเราก็จะนึกถึงเขาก่อน
ว่าอยู่ที่ไหน ทำอะไร เหนื่อยไหม กินข้าวหรือยัง
หรือถ้าอยู่ใกล้พอที่จะทำอะไรให้ได้
ก็จะคิดหาวิธีการอยู่ตลอดเวลาว่าจะต้องทำนั่นให้ทำนี่ให้
กินข้าวหรือไม่กินหรือจะกินอะไร
ก็ต้องคิดหาวิธีที่จะต้องทำให้เขาพอใจ
จนบางครั้งเราก็แทบจะไม่มีเวลาคิดถึงตัวเอง
หรือเวลาทำอย่างอื่นเลย
ทั้งๆที่เวลา 24 ชั่วโมงของเราก่อนที่จะรู้จักเขานั้น
ทำอะไรได้มากมาย
เราเคยนอนหลับพักผ่อนอย่างปราศจากกังวล
มีเวลามากมายที่สร้างงานที่ดี
ทำชีวิตตัวเองให้มีค่า มีเวลาดูแลตัวเอง
เอาใจใส่คนรอบข้าง พ่อแม่ ญาติพี่น้อง
มีเวลาทำงานอดิเรกมากมายที่เราชอบ
แต่เพียงแค่มีเขาเข้ามาเท่านั้น
แค่ 1 ตัวแปรกลับทำให้เราต้องทิ้งอะไรต่อมิอะไรเป็นสิบอย่าง
เวลา 24 ชั่วโมงกลับวนเวียนอยู่แค่เรื่องเดียวกับคนคนเดียว
จนเหมือนกับโลกนี้แคบลงจนเหลือเล็กนิดเดียว
สังคมที่เคยมีก็แทบจะถูกกลืนหายไปอย่างไม่รู้ตัว
ในวันที่เรามีความสุข
ความรักกลับมาราบรื่นนิดหน่อย
แลกกับความสุขเล็กๆน้อยๆมันคุ้มกันอยู่แล้ว
แต่พอวันที่เราเป็นทุกข์
เราก็จะคิดเลยว่า  เวลา 24 ชั่วโมงของเราไม่คุ้มค่าเลย
เหมือนกับเราไม่รู้ค่าของเวลา  ใช้เวลาไม่เป็น
และทุกอย่างคงดูเปล่าประโยชน์
ถ้าเราคิดเพียงแค่เอาเวลาให้หมดไปกับเรื่องเดียว
ถ้าเราเอาเวลาที่ได้กลับคืนมาจากเขา
แล้วใช้ไปกับสิ่งที่เราเคยละเลยทอดทิ้งไป
เอากลับมาใช้ให้หมด
ไปกับภารกิจที่เราเคยทำมาตลอด
ที่ 24 ชั่วโมงของเราให้เป็นเวลาที่คุ้มค่า
เราจะมองเห็นตัวเอง  เห็นชีวิตตัวเอง
ในเวอร์ชั่นใหม่ที่ไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่ไปกว่าเดิมเลย..............
4/1/2006

โอ๊ยยย!! หอยเอ๋ย รถล้ม เจ๊บชิหาย

ช่วงนี้ดวงม่ะค่อยดี เปงอารายม่ะรู้ จับรดมอไซมาขี่ ดันคว่ำจนได้
ช่วงนี้ก้อม่ะค่อยด้ายเข้ามาน่ะ กำลังปวดเยย
เรื่องก้อมีว่า
      วานนั้นเปงวันอังคาร ก้อช่วงสาย ๆ อ่ะ
เลยไปหานาย ก.ที่บ้าน  พอไปเส๊ดก้อเลยชวนนาย ก.ออกมาดูหนัง
เรื่องอารายไปถามเอาเอง ก้อประมานบ่าย 3 ก่า ๆ ก้อไปที่ รร
ก่ะว่าไปหาอาจารย์พิทัก แต่ดันม่ะอยู่ ก้อเลยเอารดไปแต่ง
ที่  ตลาดออเงินคอรถคงรู้จัก พอเส๊ดแร้วว
ขากลับ กะว่าจาไปรับ นาย ก.ตอนเย๊น เพราะนาย ก. มีเรียนเคมี
เลิกปรามาน 21.00  ก้อว่าจะไปรอที่บ้านนาย ก. ก่อนพอถึงเวลาแร้วค่อยไปรับ
แต่ดันน พอขากลับได้กลับทาง กม.8 เส้นนวมินทร์อ่ะ
ก้อไปถึงแยก กม.8 ก้อขับเลยไปเพื่อจะไปกลับรถ
ตอนเลยแยกไปนั้นรถเราได้อยู่เลนขาวสุด(ชิดเกาะกลาง)
ก้อขับปายเรื่อย ๆ ก้อมาจาถึงที่ไห้กลับรถ
มานต้องชิดซ้ายแร้วขึ้นสะพานกลับรถ
ก้อตอนก่อนชิดซ้ายอ่ะมานมีรถอยู่ 3 คันขับตาม ๆ
กันมา ความเร๊วก้อพอตัว ตอนนั้นเราขับปรามาน 80-90
ก้อตีข้างกับคันกลาง พอเรามองเหงป้าย เราเลยไห้รด
ที่มานคับตาม ๆกันมาแซงไปไห้หมดก่อน
พอแซงไปปั๊บ เราก้อมาอยู่เลนกลาง ซึ่งเป๊นเลนที่รถ 3 คัน วิ่งตามกันอยู่
พอเข้ามาไนเลนกลางปั๊บ ไอ้รถ น่าจะเป๊นคันที่ 2 ก่า 3 มั้ง ที่เบรกกระทันหัน
ดังเอี๊ยดดดดด ไอ้เราก้อมาเร๊วพอตัว ระยะห่างปรามาน 3-5 เมตร ต่อจากคันสุดท้ย
ได้เสยเข้าปายอย่างจัง ทำไห้ผลลับออกมา รถคันสุดท้ายหนีสุดชีวิต
ลุกมาอีกทีมานห่างกับเราปรามาน300-500 m แร้ว ทำไงด้ายล่ะ
ทะเบียนก้อม่ะด้ายมอง จำด้ายอย่างเดว รถมานยี่ห้อ อีซูซู สีทอง รุ่น Dmax 2.5 turbo
จังหวัดกรุงเทพ ลักษณะไฟท้ายแตกเล๊กน้อย แต่รถเราหมดปาย 8000 พันแร้วว ยังม่ะเส๊ยเยย
ต่อมาก้อ  ไปโทรหาตำรวจ แจ้งความ โทรไปรู้ไหม ตำรวจว่าไง ตอนนี้ม่ะมีคนเข้าเวรคับ
ซวยจังกรู ถามไปอีก มีเบอรถยกหรือปอเต๊กตื้งไหม๋ ตำรวจบอกไงรู้ป่าวว เบอร์รถยกม่ะมี
ส่วนปอเต๊กตึ้งออกทำงานปรามาน 2 ทุ่ม ทายดิต่อไปเราพูดไร เราพูดว่า " เมิงจาไห้กรูตายก่อนใช้ม่ะ"
แร้วเราก้อวางสาย พอม่ะด้ายอาราย ก้อเดินจูงรถไปโรงพยาบาล ก้อไกลพอตัว เดิน ๆ ๆ ๆ เลือดก้อไหลเต๊มเสื้อ
เดินผ่านคน เค้าก้อมอง ว่าไอ้นี่ไปทำรายมา แต่ก้อได้แต่มอง ม่ะคิดจช่วยกานเลยหรือไง เดิน ๆ ๆ ๆ จาถึงโรงพยาบาล
ก้อมีตำรวจยืนอยู่ป้ายรถเมล์ รู้ไหม๋ตำรวจเหงแร้วทำไง มานยืนดูอย่างนิ่งดูดาย โห๊ ๆ ๆ แม่เจ้า  โลกนี้จามีตำรวจไว้ทำราย
ไว้ไห้มาน โบกรถแร้วก้อขอดูใบขับขี้หรอคราบบ ไอ้เรื่องพวกนี้ ถนัดนัก แต่เหงคนสภาพแบบนี้มานทำเมิน
เออ ก้อเดิน ๆ  ๆ ไปถึงโรงพยาบาล ก้อเอารถไปจอที่จอดรถ ก้อมีคนรับผู้ป่วยฉุกเฉินมารับ บอกน้องนั้งรถเข็นไหม๋น้อง
เราบอกไปว่า พี่ผมเดินมาจา 2 กิโลล่ะ ผมเดินเองได้อยู่ โอ๊ ๆๆ เพิ่งจาเหงว่ามีคนเหงกรูเจ๊บ สาดเอ๋ยยย  เส๊ดแร้ววก้อกลับบ้าน นอน
                 ก้ออยากไห้เพื่อน ๆที่มีรถขับ ก้อขอไห้ระวังกันนิสนึง เพราะเดวนี้สังคมมานแย่มาก ยิ่งแย่เลยคือตำรวจ
มานจามาก้อเมื่อเราตาย เราม่ะตายมานม่ะมาหรอกกคับ
 
 
3/26/2006

ชีวิตแขวนอยู่.....

จาย้าย รร แร้ววว  กลับบ้านเรา...(บ้านนอกกก)  ยังม่ะแน่จายว่าจาด้ายย้ายรึป่าวว
เพราะ ต้องดูก่อนว่าต้องไปปรับหน่วยการเรียนเยอะรึป่าวว  ถ้าเยอะอาจจะม่ะด้ายย้าย
ถ้าม่ะเยอะ  ย้ายชัววว  สมจายปรารถนา  (เพื่อนกรุ)
เอางี้ ๆ ถ้าย้าย  เปิดเทอมก้อม่ะเหง  ถ้าม่ะด้ายย้าย  เปิดเทอมก้อเหงง
 

มือไหม่หัดทำ

มือไหม่รายงานตัวงับ   

                                  

                    ฝากเนื่อฝากตัวด้วยน่ะงับ มีรายแนะนำเม้นไว้น่ะงับ มีเวลาเดวมานั่งอ่าน

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
                            oผมพันธุ์ [ดุ]o